ชาวเขมรโดนล้อเลียน!! หลังเทศกาลหนังสือเงียบอย่างกับป่าช้า ต่างชาติแซวความรู้อยู่บนกำแพง (ไทยดีกว่า!)
3 พฤศจิกายน 2567

ยินดีต้อนรับสู่ช่องของเรา! ในคลิปนี้เราจะพูดถึงดราม่าที่เกิดขึ้นจากเทศกาลหนังสือที่กัมพูชา ซึ่งถูกแชร์โดยชาวต่างชาติในโลกออนไลน์ว่ามีความแตกต่างจากงานหนังสือในประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด งานหนังสือในไทยมักจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ทำให้เกิดบรรยากาศที่คึกคัก แต่ในขณะเดียวกันงานหนังสือที่กัมพูชากลับมีผู้ชมเพียงเล็กน้อย
ในการเปรียบเทียบนี้ การพูดคุยเรื่องวัฒนธรรมการอ่านและการสนับสนุนหนังสือในแต่ละประเทศถูกนำมาเป็นประเด็น ทำให้เกิดกระแสความคิดเห็นมากมายในคอมเมนต์ ซึ่งมีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและเสียงที่ไม่พอใจ ติดตามเราในคลิปนี้เพื่อดูความคิดเห็นของคนในโลกออนไลน์เกี่ยวกับการเปรียบเทียบนี้ พร้อมวิธีที่สามารถส่งเสริมเทศกาลหนังสือในกัมพูชาได้อย่างสร้างสรรค์! 

อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และกดติดตามเพื่อไม่พลาดเนื้อหาดีๆ จากเรานะคะ!
Post Views: 41
45 Comments
เขมรก็แค่ไปเดินตากแอร์เท่านั้นล่ะ ไม่ได้ไปซื้อหนังสืออะไรหรอก

เพราไม่ต้องอ่านเยอะ ดูที่กำแพงเอาก็ได้ มีทุกอย่างที่เป็นความรู้
ยกให้เขมรเค้าไปอันดับ1คอลเซ็นเตอร์
อะไรก็ตาม ที่ถูกเปรียบเทียบกับไทย ที่ชาวต่างชาติสนใจ เดี๋ยวรอบหน้าเหม็นจัดnpcเดินรอบงานดีดๆเลยจั๊บบบ แต่ยอดขายเท่าเดิม
จะยากอะไรเหมน
เหมนก็เคลมภาพของไทยไปแปะแทน ก็หมดเรื่อง
ฮา ฮา ฮา
เขาไม่มีความรู้เรื่องหนังสือหรอก แต่เป็นความรู้ในการหลอกคนอื่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 555
โง่น่ะดีแล้วฮุนเซนชอบ




หนังสือที่เขียนออกมาจากคนในประเทศนี้ ที่ไม่ใช่หนังสือแปลจากชาติอื่น
มีคุณภาพหรือเปล่า มีประโยชน์หรือเปล่า ถึงแม้หนังสือจะมีหลากหลาย
ถ้าไม่มีคุณภาพ อยากเขียนบ้าๆ อะไรขึ้นมา โดยไม่มีเหตุผล งานวิชาการยอมรับ อ่านไปก็ไม่มีประโยชน แต่เขมรก็คงไม่รู้ เพราะคนเขมฉลาด…..
ใช้ AI ไปเติมรูปคนสินะ
หนังสือจะเอามาทำไมอ่านไม่ออกดูกำแพงก็พอแล้ว กำแพงมหัศจรรย์คือทุกสรรพสิ่งของเขมร อยากรู้อะไรมีหมดแม้นแต่ไดโนเสาร์
เด็กเลี้ยงแกะ ใครๆก็รู้
ประเทศเขมรได้เรียนวันละ 2 ชั่วโมงเองพี่มันไปโรงเรียนตอน 7 โมงได้กลับบ้านตอน10 โมง
เหมนมันบอกว่ามันฉลาดแล้วไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือเพิ่ม
ก็เขาเรียนกันแค่วันละ 2 ชม.หนังสือหนังหามันไม่ได้จำเป็นสำหรับเขานะ สิ่งจำเป็นสำหรับเขาคือกำแพงนครวัด อันนี่สำคัญสุดๆ เวลาอยากได้ความรู้อะไร เขาก็จะพากันไปหาที่กำแพง สืบเสาะค้นหาตามภาพแกะสลัก อันนี้ละแหล่งความรู้ของเขา


ไปLoad มาจากกำแพงก็ได้ ไม่เห็นง้อเลย
ปวดตาครับ ภาพมัว
จ้างคนมาเดินแล้วถ่ายรูปว่าเยอะ ถถถถถถถถถถถถ มุกเก่านะไอ้น้อง
เขมรเก่งครับ
ทางเคลมของคนอื่น




คิดเองไม่เป็นเคลมนี่แหละง่ายดี



เทศกาลหนังสือจะของไทยหรือของเขมรก็ตาม คนจะสนใจมากหรือน้อยก็ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า คนประเทศไทยหรือเขมรมีความรู้และสติปัญญามากกว่ากัน ซึ่งก็เห็นได้ชัดเจนว่าใครฉลาดมาก,ใครฉลาดน้อย
เขมรเรียนวันละ2ชั่วโมง จะไปรู้อะไรมาก ในความเป็นจริงแค่อ่านออกเขียนได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว ดังนั้นหนังสือสำหรับเขมรมันแทบไม่จำเป็น เพราะปากท้องของเขมรต้องมาก่อน ต้องดิ้นรนหากินไม่มีเวลาจะมาสนใจซื้ออ่านหนังสือหรอก หาเงินมาได้หรือขอทานมาได้ก็ต้องหาซื้ออยู่ซื้อกิน
#ขะเหม้นขะเหมน555
ถ้าคนเขมรอ่านหนังสือจริงคงไม่ต้องเคลมทุกอย่างแบบนี้ แต่ส่องตามกำแพงอย่างเดียว

ศิลาจารึก!
แหย่เด็กมันเล่น
หนังสือไทย..เป็นที่ต้อวการของประเทศเพื่อนบ้านคือลาวแดง..เขมรแดง..พม่า จนถึงเวียดนามเพื่อหาความรู้ใหม่ๆไปใข้ในอาชีพที่ทันสมัยขึ้นกว่าเดิม
เขมรรู้หนังสือแค่84%ผู้หญิงรู้หนังสือน้อยกว่าผู้ขาย..เป็นบำดัยที่2รองจากติมอเลสเตที่ได้ที่1มีคนรู้หนังสือแค่64%เป็นประเทศเพิ่งตั้งใหม่20กว่าปีเอง
วันๅดูแค่กำแพงและเชื่อผู้นำก็พอแล้วหนังสงหนังสือไม่ต้องดูหรอกเสียเวลาเอาเวลาไปแซะอีเสียมในโพสเรืองวัฒนธรรมอังกออันยิ่งใหญ่คับโลกจนจะออกไปนอกโลกแล้วเพราะทุกอย่างในจักรวาลเป็นของเหมน
หนังสือมันมีความรู้เฉพาะช่วงเวลานั้นๆ แต่กำแพงวัดอังกอร์ มันรวบรวมความรู้ ตั้งแต่อดีตปัจจุบันยันอนาคต



มันอ่านหนังสือไม่ออก จะไปทำไม
แทงใจดำ ละสิ
กรี๊ดสิครับ กรี๊ด 
เกิดมาเพื่อเคลม .เขมรบอก
ไม่เห็นภาพ มันเบลอ ดูไม่ออก..!..
เขมนเขามี Wall University ระดับโลกและจักรวาล
คนที่บอกให้ไปดูกำแพงเขาพูดถูกนะ เพราะเวลาถามหาหลักฐานแหล่งที่มาคนเขมรจะไล่ไปดูกำแพง แล้วแบบนี้จะมาโกรธทำไม ขนาดเหมนเกิดมาพร้อมไดโนเสาที่มี แกะสลักไว้บนกำแพงได้ก็สุดแล้วหละ


จับทำไมหนังสือ จับขันแล้วนั่งขอทานสบายกว่าเยอะจริงไหมเหมน
เขมรไม่ต้องซื้อหนังสือให้ให้เปลืองตัง เรียนที่กำแพงวัดก็ฉลาด เพราะดูเอาก็พอ
เหมน คือน้ำเต็มแก้ว พอแล้วทุกอย่างมีในกำแพง
555ตรงประเด็นสุดๆ
จัดใหม่ เดี๋ยวรัฐบาลจ้างคนมาเดินให้เยอะๆเอง
คนป่ามันไม่อ่านนส.มันคอยลอกเพื่อน
รู้สึกว่าเขมรเน้นจินตนาการ แต่ไม่เน้นความรู้ ความเป็นจริง
ภาพบนกำแพงไม่สามารถรวบรวมไว้ในหนังสือได้เพราะมันเปลี่ยนตลอดเวลา
งานหนังสือในประเทศไทย มันจะมีเขมรอยู่ตัวหนึ่งเข้ามาดูทุกปี แล้วก็จะซื้อหนังสือของไทยไปแปลขายที่ประเทศมัน แล้วได้รับรางวัลบ้านมันด้วยนะ แล้วไอ้พวกเขมรเห็นหนังสือในไทยก็จะบอกว่าไทยก๊อปขโมยมันไป.
คนเขมรเขาศึกษาในกำแพง เพราะทุกอย่างอยู่ในกำแพง
มันครับเรื่องด่าคนเนี่ยใครก็ไม่เคยเป็นสองรองใคร

ทำไมจะต้องไปหาความรู้ด้วย อยากได้ไรก็เคลมเอาไม่ดีกว่าหรือ ใช่ไหมเหมน