เพิ่มสมาธิใน 17 นาทีด้วยวิธีที่นักวิทยาศาสตร์สมองแนะนำ

15 ตุลาคม 2566



เพิ่มสมาธิใน 17 นาทีด้วยวิธีที่นักวิทยาศาสตร์สมองแนะนำ

Andrew David Huberman
รองศาสตราจารย์ด้านประสาทชีววิทยา
ที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
เป็นนักประสาทวิทยาชาวอเมริกัน และนักพอดแคสต์

Huberman ได้วิจัยเกี่ยวกับการเพิ่มสมาธิง่ายๆไว้ได้น่าสนใจ
ซึ่งงานวิจัยนี้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติทางพุทธ
เห็นว่าเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจพัฒนาตนเอง สนใจจิตวิทยา

จึงหวังว่าคลิปนี้จะเป็นแรงบันดาลใจ (Inspiration)
หรือแรงจูงใจ (Motivation) กับผู้ที่ต้องการมีสมาธิมากขึ้น

วิธีช่วยให้มีสมาธิเพิ่มมากขึ้นในทันที
มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ
ทําได้ง่าย ๆ ใช้เวลาแค่ 17 นาทีก็มีสมาธิเพิ่มมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเด็ก, ผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีภาวะสมาธิสั้น
ซึ่งได้ผลดีมาก แม้จะทําแค่ครั้งเดียว
.
เมื่อไม่นานมานี้ Andrew Huberman
ได้ศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเพิ่มสมาธิ
โดยให้กลุ่มตัวอย่างนั่งสงบ รับรู้ลมหายใจ
และสังเกตใจของตัวเอง เป็นเวลา 15-20 นาที
ผลปรากฏว่าวิธีการดังกล่าว
ทําให้กลุ่มตัวอย่างมีอัตราการกระพริบของสมาธิลดลงแบบถาวรอย่างมีนัยสําคัญ
เมื่อเทียบกับก่อนทําการทดลอง
นอกจากนี้ Huberman อธิบายว่า คนที่มีภาวะสมาธิสั้น (ADHD)
แท้จริงแล้วไม่ได้มีสมาธิสั้นอย่างที่เข้าใจกัน
เพียงแค่าคนกลุ่มนี้มีอัตราการกระพริบของสมาธิมากกว่าคนปกติทั่วไป
เพราะฉะนั้นเวลาเขาโฟกัส หรือจดจ่อกับเรื่องหนึ่งเรื่องใดมากไป
ก็จะทําให้เขาพลาดการรับรู้เรื่องอื่นๆไปโดยอัตโนมัติ
เมื่อเรามองภายนอกก็เลยตีความไปว่า เขามีสมาธิสั้นกว่าคนปกติทั่วไป

นอกจากนี้ยังแนะนําด้วยว่า มีวิธีการที่ง่ายกว่าการนั่งสมาธิอีก
โดยให้ปรับเปลี่ยนวิธีการมองเห็นหรือรับรู้ใหม่
เปลี่ยนจากการโฟกัส ไปเป็นการมองภาพแบบกว้างหรือแบบพาโนรามาแทน
จากเดิมที่เรามองโลกแบบโฟกัสก็จะเหมือนกับการมองผ่านเลนส์กล้องจุลทรรศน์
คือเราจะเห็นชัดแค่จุดเดียวและเราก็จะพลาดการรับรู้เรื่องอื่นๆไป
ส่วนการมองแบบกว้างหรือมองแบบพาโนรามา
เราสามารถทําได้ตลอดเวลา โดยให้เรามองโลกแบบรับรู้ทุกอย่าง
ที่อยู่รอบรอบตัวเราทั้งหมดไม่โฟกัสจุดหนึ่งจุดใด
ซึ่งจะช่วยให้อัตราการกระพริบของเซลล์สมองลดลง
ซึ่งส่งผลให้ มีสติและมีสมาธิ เพิ่มมากขึ้น

ซึ่งงานวิจัยนี้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติของพุทธศาสนา
ที่มียาวนานกว่า 2500 ปี เรื่อง “การเจริญสติปัฏฐาน 4”
คือการมีสติสัมปชัญญะ รู้พร้อมทั้ง กาย เวทนา จิต และ ธรรม
ถ้าจะเปรียบเทียบแนวคิดแบบวิทยาศาสตร์กับวิธีการปฏิบัติของพุทธศาสนา
เปรียบเทียบได้ ดังนี้
1. การโฟกัสที่จุดเดียว แบบกล้องจุลทรรศน์ เทียบได้กับ “การนั่งสมาธิ”
ของพุทธศาสนา
2. ส่วนการมองแบบพาโนรามา หรือมองแบบภาพมุมกว้าง เท่ากับ “การเจริญสติปัฏฐาน 4” ของพุทธศาสนานั่นเอง

ซึ่งการเจริญสติตามแนวทางของพุทธศาสนานั้น
ไม่ใช่แค่การมีสมาธิเพิ่มมากขึ้นแบบวิทยาศาสตร์ เท่านั้น
แต่ยังมีเป้าหมายไปไกลกว่านั้น คือให้ผู้ปฏิบัติพ้นทุกข์ หากปฏิบัติได้ต่อเนื่อง

ในเมื่อการเจริญสติตามแนวทางของพุทธศาสนาได้ผลดี
และถูกสืบทอดกันมากว่า 2500 ปี
มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน ในการช่วยเรื่องสมาธิสั้น
ลดอัตราการวอกแวกได้ถาวร แม้จะทําเพียงครั้งเดียว
ด้วยเหตุผลดีๆ เหล่านี้ เราจะไม่ลงมือปฏิบัติกันได้อย่างไร?

เป็นกําลังใจให้ทุกท่านนะครับ
inspireTH

#motivation #สมาธิ #inspiration #adhd #huberman #วิทยาศาสตร์สมอง #โฟกัส #สติปัฏฐาน4 #พุทธศาสนา

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=hFL6qRIJZ_Y&t=1229s
Music from #Uppbeat (free for Creators!):
https://uppbeat.io/t/brock-hewitt-stories-in-sound/living-waters
License code: LL8AL7MKEENESZIH

9 Comments

  • @Inspire-TH 15 ตุลาคม 2566 at 16:43:16

    แสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้เลยนะครับ

  • @happyworklife-th 15 ตุลาคม 2566 at 16:44:53

    ชัดเจนตามวิทยาศาสตร์ และดีงามกับวิธีปฏิบัติของพุทธ

  • @erevthai 15 ตุลาคม 2566 at 16:48:35

    พุทธศาสตร์ เป็นวิทยาศาสตร์ ที่ลงตัว ชัดเจนครับ

  • @ardhannimit 15 ตุลาคม 2566 at 16:54:39

    ❤เห็นด้วยเลยครับ คนที่เจริญสตินั้นช่วยการเผลอคิด คิดฟุ้งซ่านได้เป็นอย่างดีครับ

  • @xassachi 15 ตุลาคม 2566 at 17:02:04

    เดียวต้องลองเอาไปปรับใช้ดูแล้วครับ 😊

  • @chillacousticsongsbb2371 23 ตุลาคม 2566 at 21:19:09

    🙏🙏🙏🙏🙏

  • @empty1434 28 ตุลาคม 2566 at 12:09:05

    ความรู้ดีมากค่ะขอบคุณมากค่ะ

  • @chalermponsealim2905 29 ตุลาคม 2566 at 08:28:00

    เป็นคลิปที่ดี ไม่รู้สึกว่าเสียดายที่ฟัง

  • @marshoptv8992 30 ตุลาคม 2566 at 17:17:47

    ขอบคุณสำหรับวิธีการดีๆนะครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *