เพิ่มสมาธิใน 17 นาทีด้วยวิธีที่นักวิทยาศาสตร์สมองแนะนำ
…
Andrew David Huberman
รองศาสตราจารย์ด้านประสาทชีววิทยา
ที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
เป็นนักประสาทวิทยาชาวอเมริกัน และนักพอดแคสต์
…
Huberman ได้วิจัยเกี่ยวกับการเพิ่มสมาธิง่ายๆไว้ได้น่าสนใจ
ซึ่งงานวิจัยนี้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติทางพุทธ
เห็นว่าเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจพัฒนาตนเอง สนใจจิตวิทยา
…
จึงหวังว่าคลิปนี้จะเป็นแรงบันดาลใจ (Inspiration)
หรือแรงจูงใจ (Motivation) กับผู้ที่ต้องการมีสมาธิมากขึ้น
…
วิธีช่วยให้มีสมาธิเพิ่มมากขึ้นในทันที
มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ
ทําได้ง่าย ๆ ใช้เวลาแค่ 17 นาทีก็มีสมาธิเพิ่มมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเด็ก, ผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีภาวะสมาธิสั้น
ซึ่งได้ผลดีมาก แม้จะทําแค่ครั้งเดียว
.
เมื่อไม่นานมานี้ Andrew Huberman
ได้ศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเพิ่มสมาธิ
โดยให้กลุ่มตัวอย่างนั่งสงบ รับรู้ลมหายใจ
และสังเกตใจของตัวเอง เป็นเวลา 15-20 นาที
ผลปรากฏว่าวิธีการดังกล่าว
ทําให้กลุ่มตัวอย่างมีอัตราการกระพริบของสมาธิลดลงแบบถาวรอย่างมีนัยสําคัญ
เมื่อเทียบกับก่อนทําการทดลอง
นอกจากนี้ Huberman อธิบายว่า คนที่มีภาวะสมาธิสั้น (ADHD)
แท้จริงแล้วไม่ได้มีสมาธิสั้นอย่างที่เข้าใจกัน
เพียงแค่าคนกลุ่มนี้มีอัตราการกระพริบของสมาธิมากกว่าคนปกติทั่วไป
เพราะฉะนั้นเวลาเขาโฟกัส หรือจดจ่อกับเรื่องหนึ่งเรื่องใดมากไป
ก็จะทําให้เขาพลาดการรับรู้เรื่องอื่นๆไปโดยอัตโนมัติ
เมื่อเรามองภายนอกก็เลยตีความไปว่า เขามีสมาธิสั้นกว่าคนปกติทั่วไป
…
นอกจากนี้ยังแนะนําด้วยว่า มีวิธีการที่ง่ายกว่าการนั่งสมาธิอีก
โดยให้ปรับเปลี่ยนวิธีการมองเห็นหรือรับรู้ใหม่
เปลี่ยนจากการโฟกัส ไปเป็นการมองภาพแบบกว้างหรือแบบพาโนรามาแทน
จากเดิมที่เรามองโลกแบบโฟกัสก็จะเหมือนกับการมองผ่านเลนส์กล้องจุลทรรศน์
คือเราจะเห็นชัดแค่จุดเดียวและเราก็จะพลาดการรับรู้เรื่องอื่นๆไป
ส่วนการมองแบบกว้างหรือมองแบบพาโนรามา
เราสามารถทําได้ตลอดเวลา โดยให้เรามองโลกแบบรับรู้ทุกอย่าง
ที่อยู่รอบรอบตัวเราทั้งหมดไม่โฟกัสจุดหนึ่งจุดใด
ซึ่งจะช่วยให้อัตราการกระพริบของเซลล์สมองลดลง
ซึ่งส่งผลให้ มีสติและมีสมาธิ เพิ่มมากขึ้น
…
ซึ่งงานวิจัยนี้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติของพุทธศาสนา
ที่มียาวนานกว่า 2500 ปี เรื่อง “การเจริญสติปัฏฐาน 4”
คือการมีสติสัมปชัญญะ รู้พร้อมทั้ง กาย เวทนา จิต และ ธรรม
ถ้าจะเปรียบเทียบแนวคิดแบบวิทยาศาสตร์กับวิธีการปฏิบัติของพุทธศาสนา
เปรียบเทียบได้ ดังนี้
1. การโฟกัสที่จุดเดียว แบบกล้องจุลทรรศน์ เทียบได้กับ “การนั่งสมาธิ”
ของพุทธศาสนา
2. ส่วนการมองแบบพาโนรามา หรือมองแบบภาพมุมกว้าง เท่ากับ “การเจริญสติปัฏฐาน 4” ของพุทธศาสนานั่นเอง
…
ซึ่งการเจริญสติตามแนวทางของพุทธศาสนานั้น
ไม่ใช่แค่การมีสมาธิเพิ่มมากขึ้นแบบวิทยาศาสตร์ เท่านั้น
แต่ยังมีเป้าหมายไปไกลกว่านั้น คือให้ผู้ปฏิบัติพ้นทุกข์ หากปฏิบัติได้ต่อเนื่อง
…
ในเมื่อการเจริญสติตามแนวทางของพุทธศาสนาได้ผลดี
และถูกสืบทอดกันมากว่า 2500 ปี
มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน ในการช่วยเรื่องสมาธิสั้น
ลดอัตราการวอกแวกได้ถาวร แม้จะทําเพียงครั้งเดียว
ด้วยเหตุผลดีๆ เหล่านี้ เราจะไม่ลงมือปฏิบัติกันได้อย่างไร?
…
เป็นกําลังใจให้ทุกท่านนะครับ
inspireTH
#motivation #สมาธิ #inspiration #adhd #huberman #วิทยาศาสตร์สมอง #โฟกัส #สติปัฏฐาน4 #พุทธศาสนา
…
ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=hFL6qRIJZ_Y&t=1229s
Music from #Uppbeat (free for Creators!):
https://uppbeat.io/t/brock-hewitt-stories-in-sound/living-waters
License code: LL8AL7MKEENESZIH
9 Comments
แสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้เลยนะครับ
ชัดเจนตามวิทยาศาสตร์ และดีงามกับวิธีปฏิบัติของพุทธ
พุทธศาสตร์ เป็นวิทยาศาสตร์ ที่ลงตัว ชัดเจนครับ
❤เห็นด้วยเลยครับ คนที่เจริญสตินั้นช่วยการเผลอคิด คิดฟุ้งซ่านได้เป็นอย่างดีครับ
เดียวต้องลองเอาไปปรับใช้ดูแล้วครับ 😊
🙏🙏🙏🙏🙏
ความรู้ดีมากค่ะขอบคุณมากค่ะ
เป็นคลิปที่ดี ไม่รู้สึกว่าเสียดายที่ฟัง
ขอบคุณสำหรับวิธีการดีๆนะครับ